พาราเซตามอลและแอลกอฮอล์: ปลอดภัยไหม? คู่มือ อย. 2026
คำตอบสั้น
พาราเซตามอลขนาดรักษาครั้งเดียว (500–1000 มก.) ร่วมกับไวน์หรือเบียร์ 1 แก้ว โดยทั่วไปปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ที่แข็งแรง ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง ขนาดซ้ำเกิน 3 ก./วัน หรือดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 21 หน่วย/สัปดาห์ (อย. ไทย, ฉลากพาราเซตามอล 2024)
ทำไมต้องระวัง
พาราเซตามอลถูกเมแทบอไลซ์ที่ตับ เศษส่วนเล็ก (~5–10%) ผ่าน CYP2E1 และสร้าง NAPQI — เมแทบอไลต์พิษที่ถูกกลูตาไธโอนทำลาย แอลกอฮอล์เรื้อรัง กระตุ้น CYP2E1 และ ลดคลังกลูตาไธโอน ทำให้สมดุลเอียงไปทางพิษต่อตับแม้ในขนาดรักษา
ข้อมูลของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยระบุว่าพาราเซตามอลเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะตับวายเฉียบพลันจากยาในประเทศไทย
หลักปฏิบัติ
- ดื่มเป็นครั้งคราว + ยาครั้งเดียว: ความเสี่ยงน้อยมากในผู้แข็งแรง
- ดื่มเรื้อรัง (>2 หน่วย/วัน ชาย, >1 หน่วย/วัน หญิง): สูงสุด 2 ก./24 ชม.; พิจารณาไอบูโพรเฟนหากไม่ห้าม
- อย่า เกิน 4 ก./24 ชม.
- หลังคืนที่ดื่ม: รอ 8–12 ชม. ก่อนกินพาราเซตามอล
สัญญาณเตือน (24–72 ชม.)
- คลื่นไส้ต่อเนื่อง, อาเจียน
- ปวดใต้ชายโครงขวา
- ดีซ่าน, ปัสสาวะสีเข้ม
- สับสน, ง่วงผิดปกติ
ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี: 1367 (24/7)
คำถามที่พบบ่อย
กินซารา/พาราเซตามอลหลังไวน์แก้วหนึ่งในมื้อเย็นได้ไหม?
ได้ สำหรับผู้ใหญ่แข็งแรงเป็นครั้งคราว หลีกเลี่ยงหากมีไขมันพอกตับ ไวรัสตับอักเสบ B/C หรือใช้ยาพิษตับอื่น (ไอโซไนอะซิด)
รอนานเท่าไรหลังดื่มหนัก?
อย่างน้อย 8 ชม. ดีที่สุดถึงวันรุ่งขึ้น การ "รักษาแฮงก์โอเวอร์" ด้วยพาราเซตามอลเป็นสถานการณ์เสี่ยงที่สุด
ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเสมอ